<?xml version='1.0' encoding='UTF-8'?><?xml-stylesheet href="http://www.blogger.com/styles/atom.css" type="text/css"?><feed xmlns='http://www.w3.org/2005/Atom' xmlns:openSearch='http://a9.com/-/spec/opensearchrss/1.0/' xmlns:georss='http://www.georss.org/georss'><id>tag:blogger.com,1999:blog-29931751</id><updated>2009-10-02T23:35:54.777+07:00</updated><title type='text'>บล๊อกพี่จุล</title><subtitle type='html'>ตอนนี้เสนอตอน : Emotional design</subtitle><link rel='http://schemas.google.com/g/2005#feed' type='application/atom+xml' href='http://blockpjulid66.blogspot.com/feeds/posts/default'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/29931751/posts/default'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://blockpjulid66.blogspot.com/'/><link rel='hub' href='http://pubsubhubbub.appspot.com/'/><author><name>พี่จุล 66</name><uri>http://www.blogger.com/profile/14353101821336000064</uri><email>noreply@blogger.com</email></author><generator version='7.00' uri='http://www.blogger.com'>Blogger</generator><openSearch:totalResults>15</openSearch:totalResults><openSearch:startIndex>1</openSearch:startIndex><openSearch:itemsPerPage>25</openSearch:itemsPerPage><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-29931751.post-1809294441613776481</id><published>2008-12-28T12:14:00.003+07:00</published><updated>2008-12-28T12:35:31.190+07:00</updated><title type='text'>หนึ่งปีที่ผ่านไป ปีที่ผมเพิ่งเคยรู้สึกว่า ชีวิตเปลี่ยนไป จริงๆ</title><content type='html'>อยู่ดีดีวันนี้ก็อยากเขียนถึงเรื่องในรอบหนึ่งปีที่กำลังจะผ่านไป ความรู้สึกที่ชัดเจนของตัวเองที่รู้เลยว่ามีอะไรที่เปลี่ยนแปลงไปบ้าง นั่นก็คือเรื่องของการประพฤติปฏิบัติตัวต่างๆ โดยเฉพาะการควบคุม กาย ปาก และ ใจ จากปากที่เคยไว แซวคนโน้นทีคนนี้ที พูดคุยเรื่อยเปื่อย คิดปั๊บก็พ่นออกปากปุ๊ป ก็เปลี่ยนเป็น คิด แล้วต้องไตร่ตรองก่อนแล้วค่อยพูด  เหมือนที่คนเค้าพูดว่า คิดแล้วค่อยพูด ในช่วงแรกๆนั้นมันอาจจะยากหน่อยสำหรับผม ที่ยากก็เพราะผมถือเอาตัวเองเป็นใหญ่ อย่างที่เคยพูดว่า ก็กูเป็นของกูอย่างนี้ ใครจะทำไม แต่ตอนนี้ก็เลยต้องพูดใหม่ ว่า เ ราเป็ฯตัวของตัวเรา ที่ต้องไ ม่ทำให้ใครเดือดร้อนหรือไม่สบายใจ  และจริงใจกับตัวเอง และความรู้สึก และความต้องการของตัวเองมากขึ้น&lt;div&gt;บางทีการที่เราไม่เคยคิดที่จะปฏิบัติเลยหรือไม่เคยคิดจะฝึกฝนอะไรเลย มันก็ทำให้ตัวตน Ego ของเรามันพอกพูนหนาขึ้น จนบางครั้งเราไม่ยอมรับฟังคนทัดทานหรือคนที่เห็นแตกต่างจากเราเลย ทั้งที่สิ่งที่เขาพูดนั้นมันเป็นสิ่งที่ถูกต้องกว่าสิ่งที่เราคิดซะอีก เราใช้ตัวตนและความคิดของเราตัดสินไปก่อนแล้วดังนั้นเราจึงละเลยที่จะฟังความคิด ความเห็นของคนอื่น&lt;div&gt;&lt;div&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;div&gt;ผมว่าถ้าใครได้มีช่วงเวลาแบบนี้เหมือนผมคงจะเข้าใจได้ว่า ระหว่างทางนั้นมัน เจ็บปวด ทรมาน และ ทุกข์ร้อนมากขนาดไหน แต่พอมาถึงจุดตรงนี้แล้ว จุดที่เราพอจะรู้ว่าอะไรเป็นอะไร จุดที่เราปฏิบัติตัวมาได้สักระยะหนึ่ง แล้วมองย้อนกลับไป ก็คงจะรู้ว่าที่เราเคยเป็นมานั้นมันไม่เหมาะไม่ควรขนาดไหน&lt;/div&gt;&lt;div&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;div&gt;การโตเป็นผู้ใหญ่นี่มันยากลำบากจริงๆนะเนี่ย แต่ก็ยังดีนะ ที่เราได้รู้สึกว่าเราเริ่มโตมากขึ้นแล้ว &lt;/div&gt;&lt;div&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;div&gt;สุดท้ายนี้ คงจะขาดไม่ได้เลย คือขอขอบคุณคนที่คอยแนะนำ คอยตักเตือน และนำเราให้ออกเดินทาง คนคนนั้นคือเพน นั่นเอง&lt;/div&gt;&lt;/div&gt;&lt;/div&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/29931751-1809294441613776481?l=blockpjulid66.blogspot.com'/&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://blockpjulid66.blogspot.com/feeds/1809294441613776481/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='https://www.blogger.com/comment.g?blogID=29931751&amp;postID=1809294441613776481' title='1 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/29931751/posts/default/1809294441613776481'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/29931751/posts/default/1809294441613776481'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://blockpjulid66.blogspot.com/2008/12/blog-post.html' title='หนึ่งปีที่ผ่านไป ปีที่ผมเพิ่งเคยรู้สึกว่า ชีวิตเปลี่ยนไป จริงๆ'/><author><name>พี่จุล 66</name><uri>http://www.blogger.com/profile/14353101821336000064</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:extendedProperty xmlns:gd='http://schemas.google.com/g/2005' name='OpenSocialUserId' value='11359988933193388641'/></author><thr:total xmlns:thr='http://purl.org/syndication/thread/1.0'>1</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-29931751.post-2430951038580526758</id><published>2008-11-23T22:27:00.002+07:00</published><updated>2008-11-23T22:42:50.857+07:00</updated><title type='text'>จดหมายสมัครงาน จดหมายขอฝึกงาน</title><content type='html'>วันนี้ผมมีประสบการณ์แปลกๆมาเล่าให้ฟัง และอยากให้น้องช่วยใส่ใจกับเรื่องเล็กๆน้อย เรื่องก็คือมีน้องคนหนึ่งส่งอีเมลมาขอสมัครเข้าฝึกงาน โดยใช้ชื่อเรื่องว่า "พี่ครับรับเด็กฝึกงานรึเปล่าครับ" จากนั้นปรากฏว่าเปิดดูเนื้อหาของเมลกลับไม่มีเนื้อหาอะไรเลย ว่างเปล่า จะว่าไป ก็แปลกใจว่าเอ่อเดี๋ยวนี้เด็กๆเค้าขอสมัครงานกันเค้าทำกันง่ายๆขนาดนี้เลยเหรอเนี่ย นอกจากไม่มีแบบฟอร์มแล้วยังออกไปในทางมักง่ายซะมากกว่า&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;วันนนี้เลยอยากมาขอแนะนำคนที่อ่านบล๊อกของผมว่า เรื่องของจดหมายสมัครงานนั้นเป็นเรื่องที่มีความสำคัญกับตัวเราอย่างมาก และมีผลโดยตรงกับเราว่าเราจะได้ทำงานนนั้นหรือไม่ คิดดูสิครับว่า ถ้าเรากับเขาต้องความรู้จักกันครั้งแรกแล้วคุณแสดงออกถึงความมักง่ายขนาดนี้แล้วล่ะก็ คนอ่านย่อมเห็นว่าคุณเป็นคนมักง่ายมากมากแน่แน่ แล้วยิ่งปัจจุบันนี้ที่มี Google เข้ามาช่วยแล้วล่ะก็การจะหาตัวอย่างจดหมายสมัครงานหรือหาตัวอย่าง Resume มันง่ายซะยิ่งกว่าอะไรซะอีก ดังนั้นคงไม่แปลกถ้าผมจะมองว่าน้องคนที่ส่งจดหมายมาแบบนี้นอกจาก อ่อนประสบการณ์ มักง่ายแล้ว ยังไม่เป็นคนไฝ่หาความรู้อีกด้วย ทั้งที่มีเครื่องมือที่มีพลังมหาศาลอยู่กับตัว กลับไม่รู้จักใช้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ดังนัันถ้าใครก็ตามที่กำลังจะสมัครงานแล้วล่ะก็ลองหาตัวอย่างดูนะครับว่าจดหมายสมัครงานที่ดีเป็นอย่างไร ผมใบ้ให้นิดนึงว่า อย่างน้อยต้องแนะนำตัว ชื่อเสียงเรียงนาม สถาบัน ประสบการณ์ และ ความสามารถ นะครับ และหากว่าเป็นจดหมายสมัครงาน ผมว่าก็ไม่เสียหายนะครับที่จะบอกเล่าสักนิดหนึ่งว่าจะทำการฝึกงานเพื่ออะไร ถ้ามีจดหมาทางการของมหาวิทยาลัยก็แนบมาด้วยก็จะดีครับ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ลองดูครับขอให้โชคดีกับการสมัครงานครับ&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/29931751-2430951038580526758?l=blockpjulid66.blogspot.com'/&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://blockpjulid66.blogspot.com/feeds/2430951038580526758/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='https://www.blogger.com/comment.g?blogID=29931751&amp;postID=2430951038580526758' title='0 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/29931751/posts/default/2430951038580526758'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/29931751/posts/default/2430951038580526758'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://blockpjulid66.blogspot.com/2008/11/blog-post.html' title='จดหมายสมัครงาน จดหมายขอฝึกงาน'/><author><name>พี่จุล 66</name><uri>http://www.blogger.com/profile/14353101821336000064</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:extendedProperty xmlns:gd='http://schemas.google.com/g/2005' name='OpenSocialUserId' value='11359988933193388641'/></author><thr:total xmlns:thr='http://purl.org/syndication/thread/1.0'>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-29931751.post-3536724373792335897</id><published>2007-12-22T00:54:00.001+07:00</published><updated>2008-11-23T22:45:16.648+07:00</updated><title type='text'>เปลี่ยนแนวคิด สร้างมูลค่าเพิ่มให้สินค้าส่งออก</title><content type='html'>“&lt;strong&gt;สถาณการณ์ค่าเงินบาทแข็ง ทำให้การส่งออกที่เคยอาศัยความได้เปรียบด้านราคาถูกมีความสามารถลดลง”เป็นคำพูดจากปากนักการเมืองหลายคนที่พูดถึงสถาณการณ์การส่งออกของประเทศไทยขณะนี้ ผมเกลียดจริงๆครับที่ท่านพูดแบบนี้เพราะว่าฟังแล้วมันสะท้อนให้เห็นว่าท่านเหล่านี้ยังคงเห็นประเทศไทยต้องไปแข่งด้านราคาสินค้าอยู่ดี มันเก่าแล้วนะครับท่านประเทศจีนนั้นเปิดประเทศมาเป็นสิบปีแล้วแต่ผู้บริหารประเทศไทยยังคงวางตำแหน่งของประเทศอยู่แบบเดิมก็คือแข่งทำของถูก เอาล่ะจะมีไอเดียของท่านมาใหม่หน่อยก็คงจะเป็นเรื่องการคิดริเริ่มการกระตุ้นว่าเฮ้ย!!เราต้องมีความคิดสร้างสรรค์นะ ต้องออกแบบนะ ต้องวิจัยนะ ต้องสร้างนวัตกรรมนะ ที่ท่านๆพูดมานั้นไม่ผิดหรอกครับ การใส่ดีไซน์และการออกแบบลงไปในสินค้านั่นก็เป็นทางหนึ่งครับที่เป็นทางออกจากวิกฤตนี้ครับการพูดเรื่องนี้ทำให้มีการตื่นตัวกันมากในหมู่ผู้ประกอบการกลายเป็นหันมาทำของสวยๆ เน้นแต่รูปลักษณ์ภายนอกกันใหญ่ ความจริงแล้วถ้าเรา หันมามองซิครับว่าประเทศเรานั้นโรงงานผู้ผลิตส่วนใหญ่ทำอะไรกัน คำตอบก็คือเรารับจ้างผลิตชิ้นส่วนเป็นส่วนใหญ่ แล้วโรงงานเหล่านี้ล่ะครับเค้าจะทำอย่างไร?????? คำตอบคือมีอีกหลายแนวทางที่เราสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับสินค้าที่ผลิตจากประเทศไทยได้ ไม่ใช่แค่การออกแบบเท่านั้น ขออาศัยประสบการณ์ที่ผมทำงานอยู่ในส่วนส่งออกมาประมาณ ห้าปี ผมคิดว่าแนวทางการสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับสินค้าไทยมีง่ายกว่านั้นอีก ถ้าคุณคิดว่าการออกแบบมันไกลเกินไป อย่างแรกเลยครับ เลิกคิดว่าจะโรงงานเป็นอุตสาหกรรมเป็นการทำแต่หน้าที่ผลิตเท่านั้น แต่ให้คิดว่าโรงงานอุตสาหกรรมเป็นการบริการทางการผลิต ทำไมผมถึงพูดอย่างนี้เพราะว่ากระบวนการระหว่างทางก่อนที่จะผลิตสินค้าออกมานั้นสำคัญไม่แพ้รูปลักษณ์และคุณภาพการผลิตเช่นกันเผลอๆสำคัญกว่าด้วย ระหว่างทางที่ว่าก็คือ การให้การบริการกับลูกค้านั่นเอง การบริการที่ว่าเป็นการสร้างคุณค่าด้านความรู้สึก ผมว่าความรู้สึกที่ลูกค้าต้องการมากที่สุดก็คือ ความมั่นใจ ความรู้สึกสะดวกสบายงานเสร็จเร็ว และความรู้สึกถึงความเป็นคนพิเศษที่ได้รับการใส่ใจจากเรา ก็คือเริ่มตั้งแต่เริ่มโครงการกันเลยทีเดียว ไม่ว่าจะเป็นการทำตัวเป็นคนหัวไวจับประเด็นและความต้องการของลูกค้าได้อย่างตรงประเด็นรวดเร็วนี่คือความประทับใจแรกของลูกค้าที่จะมีต่อสินค้าของเราเลย พูดง่ายๆว่าลูกค้าสบายใจเพราะทำงานกับคนหัวไว ต่อมาระหว่างการผลิตต้องติดต่ามผลง่ายพร้อมรายงานข้อมูลให้ทราบตลอดเวลาและต้องรายงานข้อมูลตามความจริงหรือใกล้เคียงความจริงมากที่สุดเพื่อสร้างความมั่นใจให้ลูกค้าว่าสินค้าจะผลิตเสร็จทันและได้คุณภาพตามที่กำหนด ความมีมาตรฐานของตนเองโดยต้องมีความซื่อสัตย์และเคารพในมาตรฐานตนเองเพื่อให้ลูกค้าเชื่อมั่นในคุณภาพสินค้าของเรา และอย่างสุดท้ายคือซื่อสัตย์ตรงเวลาโปร่งใสตรวจสอบได้ เพราะทำให้เขารู้สึกว่าทำงานง่ายไม่ยุ่งยากซับซ้อน หากจะให้ผมเน้นประเด็นหลักผมขอเน้นที่ สองประเด็นหลักคือ คุณภาพสินค้าที่สม่ำเสมอและ สามารถส่งสินค้าได้ตรงเวลา แค่สองอย่างนี้ถ้าทำได้ก็สามารถช่วยให้ลูกค้าประหยัดเงินได้มากมาย เพราะว่าการทำงานส่งของได้ตรงเวลานั้นอาจจะหมายความถึงความสะดวกรวดเร็วในการบริหารจัดการ และรวมไปถึงการไม่โดนปรับด้วยในกรณีการส่งของล่าช้า เท่าที่ประสบการณ์ของผมมีผมพบว่าลูกค้าที่ต้องการความมั่นใจในเรื่องคุณภาพและกำหนดส่งของแล้ว เขายินดีที่จะจ่ายราคาสินค้าที่แพงกว่านิดหน่อยดีกว่าเสี่ยงโดนปรับจากกรณีโดนเคลมเรื่องคุณภาพและเรื่องกำหนดส่งเสินค้า ซึ่งมักประสบปัญหากับโรงงานที่ประเทศจีน&lt;br /&gt;ตรงนี้นี่เองที่ผมว่าเป็นสิ่งที่น่าจะเผยแพร่เพื่อให้เกิดแนวความคิดอย่างนี้แพร่หลายออกไป ก่อนจบผมขอเสริมเสนห์ให้กับสินค้าไทยด้วยประเด็นง่ายๆทำได้แน่แน่สำหรับคนไทยนั่นก็คือ มารยาทและวัฒนธรรมการต้อนรับอย่างไทยไทย เชื่อมั๊ยครับว่าลูกค้าของผมหลายๆคนชอบที่จะทำงานกับคนไทยด้วยเหตุผลง่ายๆคือความสบายใจและความรู้สึกอบอุ่นที่ทำงานกับคนไทย การไหว้การสวัสดี ขอบคุณ ความนอบน้อมอย่างคนไทยมีพลังอย่างมหาศาลในการตัดสินใจของลูกค้า และเสนห์ของคนไทยอีกอย่างเช่นการเดินก้มหัว การไม่เดินข้ามคร่อมสิ่งของ การไม่ใช้เท้าชี้หรือเตะ การรักษาความสะอาด ช่วยให้ลูกค้าตัดสินใจซื้อสินค้าของเราได้ง่ายขึ้นเพราะเขาดูแล้วรู้สึกว่าเราดูแลและใส่ใจกับสินค้าของเขามาก ไม่ใช่เดินครอมเหยียบข้ามสินค้าไปมา สุดท้ายคงอยากฝากให้คนที่แวะมาอ่านแล้วเป็นเจ้าของสินค้าใดใดอยู่ให้คิดว่าเราทำงานหนักเพื่ออำนวยความสะดวกให้ลูกค้าเป็นหลักกันดีกว่าครับ เพราะอยากให้คิดไว้เสมอว่า คนเราทุกคนล้วนต่างก็ชอบความสะดวกสบาย ยิ่งใครก็ตามที่ให้งานเขาสำเร็จง่ายขึ้นก็ยิ่งทำให้เขาตัดสินใจซื้อสินค้าของเราได้ง่ายขึ้น&lt;/strong&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/29931751-3536724373792335897?l=blockpjulid66.blogspot.com'/&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://blockpjulid66.blogspot.com/feeds/3536724373792335897/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='https://www.blogger.com/comment.g?blogID=29931751&amp;postID=3536724373792335897' title='1 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/29931751/posts/default/3536724373792335897'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/29931751/posts/default/3536724373792335897'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://blockpjulid66.blogspot.com/2007/12/blog-post.html' title='เปลี่ยนแนวคิด สร้างมูลค่าเพิ่มให้สินค้าส่งออก'/><author><name>พี่จุล 66</name><uri>http://www.blogger.com/profile/14353101821336000064</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:extendedProperty xmlns:gd='http://schemas.google.com/g/2005' name='OpenSocialUserId' value='11359988933193388641'/></author><thr:total xmlns:thr='http://purl.org/syndication/thread/1.0'>1</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-29931751.post-2142155925534166880</id><published>2007-10-31T10:49:00.000+07:00</published><updated>2007-10-31T10:57:33.143+07:00</updated><title type='text'>3D Animation Pipeline</title><content type='html'>เรื่องมีอยู่ว่าเพื่อนสนิทของผมท่านหนึ่งซึ่งเป็น Animator อยู่ที่สหรัฐอเมริกา เขาเชิญผมให้เข้าไปร่วม Community ของเขาซึ่งเขาตั้งใจสร้างให้เป็นสถานที่สำหรับแลกเปลี่ยนความรู้ข้อมูลด้านAnimation ซึ่งผมก็เห็นด้วยและชอบอยู่แล้วเรื่องการเผยแพร่ความรู้ก็เลยตั้งใจเข้าไปเยี่ยมชม เลยเจอบทความที่เขาได้เขียนไว้และคิดว่าเป็นบทความที่น่าสนใจสำหรับน้องๆเพื่อนๆพี่หลายคนที่สนใจงานด้านอนิเมชั่น เลยขอถือโอกาสนี้เผยแพร่บทความของเขาด้วยเลยเป็นการร่วมด้วยช่วยกัน ถ้าสนใจก็สามารถเข้าเยี่ยมชมได้ที่  &lt;a href="http://www.maimalai.com/"&gt;www.maimalai.com&lt;/a&gt; หรือจะเข้าไปอ่านบทความเรื่อง 3D Animation Pipeline  ได้ตามลิงค์นี้ครับ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ปล. ผมได้ทำการแปลไว้ให้ด้วยแล้วสำหรับน้องๆที่อาจจะไม่ถนัดอ่านเป็นภาษาอังกฤษก็ลองเข้าไปอ่านได้ครับตามลิงค์นี้นะครับ&lt;br /&gt;&lt;a href="http://www.maimalai.com/forums/viewtopic.php?f=8&amp;amp;t=19"&gt;http://www.maimalai.com/forums/viewtopic.php?f=8&amp;amp;t=19&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ขอเป็นกำลังใจให้ผู้ก่อตั้งเว็บ Maimalai ด้วยครับให้เขียนสิ่งที่เป็นประโยชน์ต่อๆไป&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/29931751-2142155925534166880?l=blockpjulid66.blogspot.com'/&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://blockpjulid66.blogspot.com/feeds/2142155925534166880/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='https://www.blogger.com/comment.g?blogID=29931751&amp;postID=2142155925534166880' title='0 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/29931751/posts/default/2142155925534166880'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/29931751/posts/default/2142155925534166880'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://blockpjulid66.blogspot.com/2007/10/3d-animation-pipeline.html' title='3D Animation Pipeline'/><author><name>พี่จุล 66</name><uri>http://www.blogger.com/profile/14353101821336000064</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:extendedProperty xmlns:gd='http://schemas.google.com/g/2005' name='OpenSocialUserId' value='11359988933193388641'/></author><thr:total xmlns:thr='http://purl.org/syndication/thread/1.0'>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-29931751.post-2567813282218036573</id><published>2007-06-28T11:06:00.000+07:00</published><updated>2007-06-28T11:26:24.198+07:00</updated><title type='text'>1ปี ผ่านไป</title><content type='html'>เมื่อวาน 27 กรกฎาเป็นวันสำคัญของผมอีกวัน ความจริงแล้วในชีวิตผมไม่ค่อยมีวันอะไรสำคัญกับเขาหรอกครับ วันเกิดน่ะ แม่ไม่ได้จัดให้มานานตั้งแต่ตอนอยู่สัก ป 2 สองได้. แม่เคยสอนผมว่าทุกวันมันก็เหมือนกันแหละลูก แต่ไม่ใช่เมื่อวานนี้เพราะเมื่อวานเป็นวันที่ผมกับเพนกวินคบกันครบรอบ 1 ปี เมื่อวานเป็นวันที่พิเศษผมรู้สึกตื่นเต้นมาก ผมอยากจะออกจากโรงงานตลอดเวลาแต่ทุกอย่างจะดูพยายยามขัดขวางไม่ให้ผมไปเจอเพนจนได้ รีบออกมาจากโรงงานตอนทุ่มนึง ล๊กมากมาก จิตใจกระวนกระวายอยากจะรีบกลับมาให้เร็วที่สุด แต่สุดท้ายโชคก็ยังพอเข้าข้างผมบ้าง โชคได้บันดาลให้ผมจับรถเที่ยวสุดท้ายจากกระทุ่มแบนเพื่อเข้ามายังอนุสาวรีย์ชัยทันเวลาตอนล้อกำลังหมุนพอดี จากนั้นนั่งรถไฟฟ้าต่อไปยังนานา ร้านที่เรานัดพบกันก็คือ Tony Roma ความจริงแล้วผมไม่รู้จักร้านนี้หรอกว่าขายอะไร เพราะมันไม่สำคัญที่อาหารหรอกแต่สำคัญที่ว่าเราได้อยู่กับใครต่างหาก ช่างเป็นโอกาสที่แล้ววิเศษและไม่เคยมีมาก่อนในชีวิต อาหารค่ำที่แลนอร่อยกับคนที่เรารัก จะมีอะไรวิเศษไปกว่านี้อีกล่ะ ความรักมันดีอย่างนี้นี่เอง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ขอบคุณที่รักกันครับ&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/29931751-2567813282218036573?l=blockpjulid66.blogspot.com'/&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://blockpjulid66.blogspot.com/feeds/2567813282218036573/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='https://www.blogger.com/comment.g?blogID=29931751&amp;postID=2567813282218036573' title='4 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/29931751/posts/default/2567813282218036573'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/29931751/posts/default/2567813282218036573'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://blockpjulid66.blogspot.com/2007/06/1.html' title='1ปี ผ่านไป'/><author><name>พี่จุล 66</name><uri>http://www.blogger.com/profile/14353101821336000064</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:extendedProperty xmlns:gd='http://schemas.google.com/g/2005' name='OpenSocialUserId' value='11359988933193388641'/></author><thr:total xmlns:thr='http://purl.org/syndication/thread/1.0'>4</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-29931751.post-7049484930014334105</id><published>2007-01-12T18:39:00.000+07:00</published><updated>2007-01-13T11:14:26.041+07:00</updated><title type='text'>Blog tag</title><content type='html'>โดน&lt;a onclick="return top.js.OpenExtLink(window,event,this)" href="http://phot.spaces.live.com/" target="_blank"&gt;&lt;span style="font-size:0;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;/a&gt;&lt;a onclick="return top.js.OpenExtLink(window,event,this)" href="http://puvanai.blogspot.com/" target="_blank"&gt; http://puvanai.blogspot.com/&lt;/a&gt; แท็คมา ก็เลยทำตามแต่โดยดี&lt;span class="q"&gt;&lt;br /&gt;blog tag การแท็คคืออะไร..? คนที่โดนแท็ค จะต้องเขียนเรื่องราวเกี่ยว&lt;br /&gt;กับตัวเอง 5 ข้อ ที่เป็นเกร็ดเล็กเกร็ดน้อยซึ่งคนทั่วไปอาจจะไม่รู้และ&lt;br /&gt;แท็คต่อไปอีก 5 คน เอาไปขึ้น blog ตัวเอง&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;&lt;strong&gt;1. เห็นพูดกันเรื่องชื่อผมก็เลยจะขอเล่าของผมบ้าง เชื่อหรือไม่ว่าผมมีชื่อประธานจา&lt;wbr&gt;กสมเด็จพระสังฆราชองค์ก่อน แต่ไม่ได้ใช้เพราะแม่คิดว่าชื&lt;wbr&gt;่อมันดูแปล่งๆและเรียกยากเกินไป นั่นคือชื่อว่า " ดิลกนารถ" แถมฉายาพระคือ " ดิลกนาโท " ป๊ากับแม่เลยตัดสินใจใช้ ชื่อ จุลดิษฐ์ แทน มาจากชื่อสกุลดั้งเดิมของแม่คือ ดิษยเดช นั่นเอง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;2.ต่อมาเป็นเรื่องชื่อเล่นบ้าง จริงๆแลวที่บ้านเรียกผมว่า อั้ม แต่ผมชอบให้คนอื่นเรียกผมว่าจ&lt;wbr&gt;ุลมากกว่า เพราะตอนเด็กรู้สึกว่าชื่ออั้มม&lt;wbr&gt;ันไม่เหมือนคนอื่นเลย อายเค้า คนอื่นเค้าชื่อ บอล ชื่อเเจ๊ค ชื่อนัทกัน เราชื่ออั้มไม่เท่เลย แต่ที่ผมเพิ่งรู้มาเมื่อไม่กี่ว&lt;wbr&gt;ันนี้เองคือที่มาของชื่อเพราะเพน&lt;wbr&gt;กวินไปถามแม่ผมว่าที่ชื่ออั&lt;wbr&gt;้มเพราะกินเก่งหรือเปล่า ? ปรากฏว่าที่แม่ตั้งว่าอั&lt;wbr&gt;้มเพราะอยากให้ผมกินข้าวเยอะแบบท&lt;wbr&gt;ี่ผู้ใหญ่ชอบหลอกเด็กว่า อั้มๆๆๆๆๆ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;3. ผมว่ายน้ำเป็นเพราะผมอยากผิวดำ ที่เป็นอย่างงั๊นก็เพราะว&lt;wbr&gt;่าผมเคยถูกเพื่อนประถมและ ม ต้นเรียกว่า "ไอ้แป๊ะ" ซึ่งผมไม่ชอบเอามากมาก ตอนม2 ผมเห็นเพื่อนไปเรียนว่ายน้ำแล&lt;wbr&gt;้วตัวมันดำ เลยขอแม่ไปเรียนว่ายน้ำ หลังจากนั้นฝันของผมก็เป็นจริง ตัวดำขึ้นเพื่อนเลิกเรียกว่าไอ&lt;wbr&gt;้แป๊ะซักที&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ปล. แม่เล่าว่าสมัยเรียนอนุบาล ครูเรียกผมว่า คุณนิ่ม เพราะผมทำอะไรช้าไปซะหมด&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;4. ผมเป็นนักประท้วงตั้งแต่เด็ก ตอนเด็กป๊าสอนให้เอารถถังเด็กเล&lt;wbr&gt;่นมาตั้งหน้าบ้านแล้วบอกว่า ปฏิวัติ ตอนอนุบาลเคยชวนเพื่อนๆสไตร์คไม&lt;wbr&gt;่เคารพธงชาติ เพราะครูไม่ให้ผมชักธงชาติทั&lt;wbr&gt;้งๆที่เป็นคิวผมที่จะต้องช&lt;wbr&gt;ัดธงชาติวันนั้น&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;5. เรื่องของการหลับในห้องเร&lt;wbr&gt;ียนและหลับตอนทำงานเป็นเรื่องที&lt;wbr&gt;่ติดตัวผมมาตั้งแต่เด็ก ผมจำได้ว่าผมเข้าเรียน ป 1 วันแรกผมก็หลับในห้องเรียน และผมก็ยังคงนั่งหลับมาเรื&lt;wbr&gt;่อยๆจนกระทั้งทำงาน ครั้งหนึ่งอาจารย์คงโมโหและมั&lt;wbr&gt;่นใส้ผมมากมาก แกก็เลยปลุกผมด้วยการเอาน้ำพลูด&lt;wbr&gt;่างมาสาด และไม่น่าเชื่อว่าผมต้องไปปร&lt;wbr&gt;ึกษากับหมอตอนอายุ 20 เพราะอาจารย์ที่มหาลัยคิดว&lt;wbr&gt;่าผมเป็นโรคเหงาหลับ เฮ่ออออ. &lt;/strong&gt;&lt;/span&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/29931751-7049484930014334105?l=blockpjulid66.blogspot.com'/&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://blockpjulid66.blogspot.com/feeds/7049484930014334105/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='https://www.blogger.com/comment.g?blogID=29931751&amp;postID=7049484930014334105' title='1 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/29931751/posts/default/7049484930014334105'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/29931751/posts/default/7049484930014334105'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://blockpjulid66.blogspot.com/2007/01/blog-tag_913.html' title='Blog tag'/><author><name>พี่จุล 66</name><uri>http://www.blogger.com/profile/14353101821336000064</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:extendedProperty xmlns:gd='http://schemas.google.com/g/2005' name='OpenSocialUserId' value='11359988933193388641'/></author><thr:total xmlns:thr='http://purl.org/syndication/thread/1.0'>1</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-29931751.post-115832148540224888</id><published>2006-09-15T18:39:00.000+07:00</published><updated>2006-09-15T20:40:59.050+07:00</updated><title type='text'>การจัดการกับลูกค้า</title><content type='html'>เท้าความก่อนคือว่าเรื่องของการคิดราคาค่าออกแบบ วิธีการเก็บเงิน เนี่ยเป็นเรื่องที่ค่อนข้างจะคาใจน้องน้องนิสิตอยู่เกือบทุกคนก็ว่าได้มักจะมีคำถามนี้เสมอๆ สำหรับผมเรื่องการคิดเงินนั้นไม่ยาก ผมใช้วิธีถามไปเลยว่าเค้ามีงบเท่าไหร่ให้เรา หรืองบก่อสร้างเท่าไหร่ แล้วเราก็ประเมินเอาจากนั้น 5% -10% ก็ว่ากันไป หรือไม่ก็เหมาเอา เป็นหมื่นๆ อันนี้แล้วแต่ความพอใจของเรากับลูกค้า แต่ที่ยากกว่าคือพอทำเอามากๆเจอลูกค้าหลายๆเจ้าเราจะทำอย่างไร ที่ยากและพบบ่อยสุดก็คือโดนเบี้ยวซะอย่างงั๊น ที่วันนี้มาพูดเพราพอดีอ่านบทสัมภาษณ์ของฝรั่งคนนึงเลยรู้ว่าเอองฝรั่งมันก็ไม่ต่างกับเรานะ โดนเบี้ยวอยู่บ่อยๆเหมือนกัน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ข้อแรกเลย เราต้องจัดการตัวเราเองซะก่อน เช่นทำการบ้านก่อนว่าเออคนที่มาจ้างเราเค้าอยยากได้งานแบบไหน เป็นคนชอบงานแบบไหน เรียกว่ารู้เค้าให้หมดจะได้ทำงานง่ายขึ้น รวมถึงอาจจะดูไปด้วยว่าประวัติของลูกค้าเราเป็นยังไง น่าเชื่อถือมั๊ย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ข้อสอง เราจะมั่นใจได้อย่างไรว่าเมื่องานเราเสร็จเราจะเก็บเงินค่าจ้างได้ ฝรั่งคนนี้บอกเป็นัยๆว่า เฮอะๆๆๆ ต้องเจอเบี้ยวกันทุกคน มากบ้างน้อยบ้างว่ากันไป ทางที่ดีควรจะมีสัญญาว่าจ้างไว้ ซึ่งในนั้นจะต้องบอกความคาดหมายของคู่สัญญาที่คิดว่าจะได้รับ รวมไปถึงระยะเวลาการทำงาน ,ขอบเขตงาน,ค่าธรรมเนียมต่างๆ,ค่าแรง งวดการจ่ายเงิน ฯ เบื้องต้นอาจจะเรียกถึง 30%-50% ของค่าแรงทั้งหมด ทั้งนี้ก็เพื่อทดสอบความตั้งใจของผู้จ้างไปพร้อมๆกับหยังเชิงสถานะทางการเงินด้วย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ข้อที่สาม หลีกเลี่ยงการเสียเวลากับการแก้ไขแบบที่มักไม่จบสิ้นของลูกค้าด้วยการรายงานและสอบถามลูกค้าก่อนทุกขั้นตอนหากไม่มั่นใจ ความจริงเรื่องของการแก้แบบเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้เลยเพราะลูกค้ามักเปลี่ยนใจบ่อย การแก้ไขให้ก็เป็นส่วนหนึ่งของงาน แต่บางครั้งก็อย่าลืมว่าแก้ให้มากขึ้นเงินรายได้ของเราก็ร่อยหลอลงทุกทีๆ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ข้อที่สี่ ลูกค้าเขี้ยว งานหิน จัดการยังไง คำตอบคือซื่อสัตย์ ตรงไปตรงมา และพูดความจริง เพราะบางครั้งลูกค้าอาจจะมีระดับผลงานอยู่แล้วในใจ ควรจะอธิบายว่าความสามารถเราทำได้ขนาดไหน อย่าดันทุรัง ค่อยๆพูดกันไปเพื่อหาจุดที่ทั้งสองฝ่ายเข้าใจตรงกัน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ข้อที่ห้า พยายามสนใจว่าลูกค้าพูด หมายความว่าอย่างไร มากกว่าที่จะสนใจว่าลูกค้าพูดว่าอะไร ทั้งนี้ต่างฝ่ายต่างก็มีความเชี่ยวชาญของตัวเองต่างกัน เราในฐานนะที่เป็นผู้มีความชำนาญในการออกแบบก็จะมีมุมองอย่างหนึ่ง ในขณะที่ลูกค้ามีความรู้ความเชี่ยวชาญด้านผลิตภัณฑ์มากกว่าเรา ดังนั้นการฟังและจับใจความของแต่ละฝ่ายให้ละเอียดชัดเจนคือทางออกที่ดีทึ่สุด เพื่อการทำงานที่ราบรื่นและได้ผลลัพท์ออกมาเป็นที่พอใจของทั้งสองฝ่าย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ที่เหลือก็คือประสบการณ์ในการทำงานที่จะมาคอยตัดสินว่างานไหนควรรับ งานไหนไม่ควรรับ เก็บตังอย่างไร พูดยังไงให้ได้โปรเจค นี่แหละที่เค้าเรียกว่าความเก๋ามันต่างกันไปในแต่ละคน&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/29931751-115832148540224888?l=blockpjulid66.blogspot.com'/&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://blockpjulid66.blogspot.com/feeds/115832148540224888/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='https://www.blogger.com/comment.g?blogID=29931751&amp;postID=115832148540224888' title='7 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/29931751/posts/default/115832148540224888'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/29931751/posts/default/115832148540224888'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://blockpjulid66.blogspot.com/2006/09/blog-post_15.html' title='การจัดการกับลูกค้า'/><author><name>พี่จุล 66</name><uri>http://www.blogger.com/profile/14353101821336000064</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:extendedProperty xmlns:gd='http://schemas.google.com/g/2005' name='OpenSocialUserId' value='11359988933193388641'/></author><thr:total xmlns:thr='http://purl.org/syndication/thread/1.0'>7</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-29931751.post-115778301539080423</id><published>2006-09-09T13:20:00.000+07:00</published><updated>2006-09-09T13:23:35.400+07:00</updated><title type='text'>ข่าวฝากประชาสัมพันธ์คร๊าบ</title><content type='html'>&lt;a href="http://photos1.blogger.com/blogger/5947/3200/1600/detailnew22-2.jpg"&gt;&lt;img style="DISPLAY: block; MARGIN: 0px auto 10px; CURSOR: hand; TEXT-ALIGN: center" alt="" src="http://photos1.blogger.com/blogger/5947/3200/320/detailnew22-2.jpg" border="0" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;สำหรับเพื่อนที่สนใจจะเข้าร่วม International Conference เรื่อง Design, Brand &amp;amp; Innovation +กระทบไหล่ Karim Rashid, Jimmy Choo, Ron Arad, Peter Zec,...etc. มั๊ย? 29 Nov.- 1 Dec. 2006 ที่ HongKong Design Centre ภาควิชาฯได้รับความร่วมมือจาก HongKong Trade Development Council ได้ rate พิเศษสำหรับเข้าฟัง conference ก็เลยอยากจะเชิญชวนศิษย์เก่า (รวยๆ, น่ารักๆ) ร่วมกิจกรรมดีๆกับอาจารย์และน้องๆนิสิตปัจจุบัน ช่วยบอกต่อด้วยนะ หากใครสนใจ....นี่เลย รายละเอียด (อ่านเอาเอง) http://www.bodw.com.hk/eng/internationalConference.php +แจ้งความประสงค์ได้ที่ ภาควิชาฯ (คุณสำเนา) 02 2184499 หรือ อ.โสม 081 8300925, 081 4445410 หรือ อ.พงศ์พันธ์ 081 4204016 หมายเหตุ : ค่าใช้จ่ายทั้งหมดกำลัง work out อยู่ ขึ้นอยู่กับจำนวนคน เพราะฉะนั้นรีบหน่อยนะจ้ะ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;อีกอันเป็นไปตามภาพเลยจ๊า ศิลปากรเค้าฝากมา&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/29931751-115778301539080423?l=blockpjulid66.blogspot.com'/&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://blockpjulid66.blogspot.com/feeds/115778301539080423/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='https://www.blogger.com/comment.g?blogID=29931751&amp;postID=115778301539080423' title='4 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/29931751/posts/default/115778301539080423'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/29931751/posts/default/115778301539080423'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://blockpjulid66.blogspot.com/2006/09/blog-post.html' title='ข่าวฝากประชาสัมพันธ์คร๊าบ'/><author><name>พี่จุล 66</name><uri>http://www.blogger.com/profile/14353101821336000064</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:extendedProperty xmlns:gd='http://schemas.google.com/g/2005' name='OpenSocialUserId' value='11359988933193388641'/></author><thr:total xmlns:thr='http://purl.org/syndication/thread/1.0'>4</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-29931751.post-115391507641227074</id><published>2006-07-26T18:28:00.000+07:00</published><updated>2006-07-26T19:06:19.810+07:00</updated><title type='text'>เพราะ(มัน)สวยกว่า(มัน)เลยเจ๋งกว่า..ซะงั๊น!!!</title><content type='html'>กลับมาอีกครั้งกับอาทิตย์นี้ หลังจากถูกถล่มด้วยอีเมลและงานดีไซน์ที่มาจนปวดหัววันนี้ก็ได้ฤกษ์ที่ กกต จะเข้าคุก เอ้ย ไม่ใช่ซิ ต้องเป็นฤกษ์ที่จะอัพเดทบล๊อกของเราซักที, จากหนังสือเล่มนี้เค้าได้วางเรื่องของEMO Design ออกเป็นสองส่วนใหญ่ นั่นคือส่วนแรกคือการ&lt;span style="font-family:times new roman;"&gt;เรียนรู้ความหมายของสิ่งนั้นนั้น&lt;/span&gt; และส่วนที่สองคือขั้นของการฝึกปฏิบัติ ไม่เสียเวลาเรามาเริ่มกันที่ส่วนแรกเลยดีกว่า นั่นก็คือ ความหมายของสิ่งนั้นนั้น เริ่มต้นจากการที่คุณจะต้องรู้หลัก สองคำคือ&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:times new roman;"&gt;1.ของที่ดึงดูด สายตา ดึงดูดความสนใจได้มากกว่า ย่อมมีประสิทธิภาพในการใช้งานที่ดีกว่า&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:times new roman;"&gt;2.ลักษณะและระดับขึ้นที่หลากหลายของอารมณ์ และการออกแบบ&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;1.ของที่ดึงดูด สายตา ดึงดูดความสนใจได้มากกว่า ย่อมมีประสิทธิภาพในการใช้งานที่ดีกว่า &lt;strong&gt;(สวยกว่าย่อมเจ๋งกว่า ซะงั๊น..)&lt;/strong&gt;&lt;br /&gt;เรื่องราวของของสวยๆงามงามมีคนตั้งคำถามมากมายเช่นนักวิทยาศาสตร์อิสราเอล ตั้งข้อสังเกตุว่า "แน่นอนว่าของที่สวยกว่าย่อมได้รับความนิยมมากกว่า แต่เขากลับไม่เข้าใจว่าทำไมของที่สวยกว่าเหล่านั้นจึงเจ๋งกว่า ทำงานได้ดีกว่า" คำตอบนี้ได้รับการทดสอบโดยนักวิจัยชาวญี่ปุ่น โดยการศึกษาจากเครื่องATM ตามธนาคารสองแบบที่เหมือนกันทุกอย่างในการออกแบบทั้งเลยเอาท์การวางปุ่มกด โปรแกรมและวิธีการใช้งาน จะต่างกันก็คงจะเป็นที่อันหนึงเป็นปุ่มที่ชัดเจน แต่อีกอันเป็นจอ Touch screen ซึ่งก็แน่ละว่าจอที่ว่าย่อมสวยกว่าแบบกดปุ่มเป็นไหนๆ จากการสัมภาษณ์ผู้ใช้ไม่น่าเชื่อเลยว่า ผู้ใช้ตอบตรงกันว่าเครื่องที่เป็นแบบจอทัชกรีนทำงานได้ดีกว่าง่ายกว่าเครื่องที่เป็นปุ่ม &lt;span style="font-family:times new roman;"&gt;ทั้งที่ความเป็นจริงแล้ว ทั้งคู่ต่างมีพื้นฐานการทำงานอย่างเดียวกันและPlatform เดียวกัน&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;ไม่ว่าเค้าจะทดสอบที่ญี่ปุ่นหรือที่อิสราเอล ที่ที่คนมีแนวความคิดต่างกันไปอย่างไร คำตอบก็ยังเป็นคำเดิมว่า ความสวยงามกับฟังค์ชั่นการใช้งานนั้นมีความสัมพันธ์กันอย่างประหลาดและ&lt;em&gt;&lt;span style="font-family:times new roman;"&gt;ยากจะคาดเดาหรืออธิบาย&lt;/span&gt;&lt;/em&gt;ได้ นักทฤษฎีทางศิลปะบางคนเคยกว่าวว่า มันคงมีปัจัยที่เป็นความลับอะไรบางอย่างที่ทำให้ความสวยงามมีผลต่อความรู้สึกของการใช้งานของมนุษย์แน่นอนและสิ่งนี้ก็เกิดขึ้นเป็นปรกติวิสัยในชีวิตประจำวันของเราซะด้วย เอาเป็นว่ามาถึงตรงนี้แล้ว เราคงต้องยอมรับแล้วละว่า &lt;strong&gt;"ของที่สวยกว่ามันย่อมทำให้รู้สึกว่ามันทำงานได้ดีกว่าเสมอ" &lt;/strong&gt;แล้วเดี๋ยวผมจะกลับมาเล่าต่อว่า เค้ามีการทดลองและบทสรุปของทฤษฎีนี้ว่าอย่างไร แต่ตอนนี้ผมมีคำถามในใจ ว่าเอ๊ะถ้าเราหล่อกว่านี้เราจะดูเจ๋งกว่าปัจจุบันนี้มั๊ยน๊า  ฮ่าๆๆ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;strong&gt;&lt;em&gt;&lt;/em&gt;&lt;/strong&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/29931751-115391507641227074?l=blockpjulid66.blogspot.com'/&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://blockpjulid66.blogspot.com/feeds/115391507641227074/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='https://www.blogger.com/comment.g?blogID=29931751&amp;postID=115391507641227074' title='3 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/29931751/posts/default/115391507641227074'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/29931751/posts/default/115391507641227074'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://blockpjulid66.blogspot.com/2006/07/blog-post_26.html' title='เพราะ(มัน)สวยกว่า(มัน)เลยเจ๋งกว่า..ซะงั๊น!!!'/><author><name>พี่จุล 66</name><uri>http://www.blogger.com/profile/14353101821336000064</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:extendedProperty xmlns:gd='http://schemas.google.com/g/2005' name='OpenSocialUserId' value='11359988933193388641'/></author><thr:total xmlns:thr='http://purl.org/syndication/thread/1.0'>3</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-29931751.post-115269825265669467</id><published>2006-07-12T16:55:00.000+07:00</published><updated>2006-07-12T16:57:32.663+07:00</updated><title type='text'>Emotional design</title><content type='html'>&lt;a href="http://photos1.blogger.com/blogger/5947/3200/1600/cover.8.jpg"&gt;&lt;img style="CURSOR: hand" alt="" src="http://photos1.blogger.com/blogger/5947/3200/320/cover.5.jpg" border="0" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;โฉมหน้าปกหนังสือที่ตอนนี้ผมกำลังอ่านอยู่&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/29931751-115269825265669467?l=blockpjulid66.blogspot.com'/&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://blockpjulid66.blogspot.com/feeds/115269825265669467/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='https://www.blogger.com/comment.g?blogID=29931751&amp;postID=115269825265669467' title='1 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/29931751/posts/default/115269825265669467'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/29931751/posts/default/115269825265669467'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://blockpjulid66.blogspot.com/2006/07/emotional-design.html' title='Emotional design'/><author><name>พี่จุล 66</name><uri>http://www.blogger.com/profile/14353101821336000064</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:extendedProperty xmlns:gd='http://schemas.google.com/g/2005' name='OpenSocialUserId' value='11359988933193388641'/></author><thr:total xmlns:thr='http://purl.org/syndication/thread/1.0'>1</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-29931751.post-115269444522078186</id><published>2006-07-12T15:52:00.000+07:00</published><updated>2006-07-12T15:54:05.226+07:00</updated><title type='text'>กาน้ำทั้งสาม</title><content type='html'>&lt;a href="http://photos1.blogger.com/blogger/5947/3200/1600/3%20jar.2.jpg"&gt;&lt;img style="CURSOR: hand" alt="" src="http://photos1.blogger.com/blogger/5947/3200/320/3%20jar.0.jpg" border="0" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/29931751-115269444522078186?l=blockpjulid66.blogspot.com'/&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://blockpjulid66.blogspot.com/feeds/115269444522078186/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='https://www.blogger.com/comment.g?blogID=29931751&amp;postID=115269444522078186' title='0 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/29931751/posts/default/115269444522078186'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/29931751/posts/default/115269444522078186'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://blockpjulid66.blogspot.com/2006/07/blog-post_12.html' title='กาน้ำทั้งสาม'/><author><name>พี่จุล 66</name><uri>http://www.blogger.com/profile/14353101821336000064</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:extendedProperty xmlns:gd='http://schemas.google.com/g/2005' name='OpenSocialUserId' value='11359988933193388641'/></author><thr:total xmlns:thr='http://purl.org/syndication/thread/1.0'>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-29931751.post-115262221792716327</id><published>2006-07-11T19:34:00.000+07:00</published><updated>2006-07-11T21:39:23.786+07:00</updated><title type='text'>ซื้อมาไม่ค่อยได้ใช้ แต่วางโชว์ไว้ อวดแม่ยาย</title><content type='html'>&lt;span style="font-size:130%;"&gt;&lt;span style="font-size:100%;"&gt;เรื่องของ Emotional Design ต่อจากนี้ผมจะพิมพ์แค่คำว่า EMO แล้วกันนะ&lt;/span&gt; ความจริงแล้วก็เป็นเรื่องที่มีมานานแล้วก็ว่าได้ จำได้ว่าผมเคยได้ยินครั้งแรกจากเพื่อนที่ไปทำงานที่สิงค์โปร์แล้วเอ็มเอสเอ็นมาถามผมว่าผมรู้จักมั๊ยประเด็นนี้คำตอบคือผมน่ะไม่รู้จักหรอกสุดท้ายเลยเป็นสาเหตุให้ผมต้องไปค้นหามาด้วยความอยากรู้ส่วนตัว เริ่มเรื่องนั้นเค้ากล่าวไว้แสนง่ายแต่เข้าใจได้ในทั้นทีว่าเรื่องที่เราจะพูดนี้คืออะไร เค้าถามว่า &lt;span style="font-size:100%;"&gt;&lt;strong&gt;" เคยสงสัยไหม ทำไมไวน์ห่วยๆราคาถูกๆถึงได้รสชาติดีเมื่อเวลาที่อยู่ในแก้วที่หรูๆ " "รถเก่าๆพอล้างให้สะอาดเข้าหน่อยมันดูวิ่งได้ดีขึ้น"&lt;/strong&gt; &lt;/span&gt;หนังสือเล่มนี้แหละที่จะเป็นกุญแจที่ไขไปสู่คำว่าทำอย่างไรที่จะทำให้งานดีไซนืของเราไม่ได้เป็นแค่ของใช้งานที่ดี แต่ยังมีคุณค่าและความรู้สึกที่มีต่อผู้ใช้ประหนึ่งว่ามันดีขึ้นเจ๋งขึ้นนั่นเอง&lt;br /&gt;เนื้อเรื่องของบทแรก Norman ได้กล่าวถึงของสามอย่างที่เค้ามีสะสมไว้ในบ้านของเค้านั่นก็คือ กาน้ำชา ชิ้นแรกเป้นกาน้ำชาที่เค้าเรียกว่า Impossible teapot ที่เป็นเช่นนั้นก็คงจะเพราะว่ามันมีหูกาอยู่ข้างเดียวกับพวยกานั่นเอง มันเป็นกาน้ำที่ไม่สามารถใช้งานได้เลย ชื่อของมันจริงๆคือ Coffee pot for Masochists ถ้าแปลไม่ผิดคงแปลว่า กาน้ำของผู้นิยมความเจ็บปวด เป็นยังไงก็คงเข้าใจกันดี ส่วนชิ้นที่สองเป็นกา Nanna ที่ออกแบบโดย michael grave สถาปนิกชื่อดังที่สวยและพอจะใช้งานได้ ส่วนสุดท้ายเป็นกาน้ำที่สุดแสนจะฟังค์ชั่น ของ Ronnefeldt ที่ราวกับว่าถูกออกแบบมาเพื่อความสมบูรณ์แบบในการชงชาชั้นสูงเพราะการใช้งานซับซ้อนกว่ากาธรรมดามากมาก คำถามคือปรกติแล้ว Norman ใช้กาอันไหนบ่อยที่สุด และคำตอบก็คือ ไม่ใช้เลยซักอันเดียว ที่เป็นเช่นนนี้ก็เพราะว่า ตัวเค้าเองต้องดื่มชาทุกเช้าและสิ่งที่เค้าต้องการมากที่สุดก็คือ ประสิทธิภาพ ดังนั้นเค้าจึงใช้กาต้มน้ำไฟฟ้า รินน้ำลงในถ้วยที่มีใบชาอยู่ในลูกบอลกรองชา แค่นี้ก็ได้ดื่มชาร้อนๆที่ง่าย สะดวกรวดเร็ว และทำความสะอาดง่าย แต่กลับกันที่เค้าดันตั้งกาน้ำทั้งสามโชว์ไว้ในที่ที่เห็นชัดที่สุดในบ้าน ทั้งๆที่เค้าไม่ได้ใช้มันเลย ที่เป็นอย่างนี้ก็เพราะเค้าให้คุณค่ากับกาน้ำทั้งสามใบไม่ใช่เรื่องประเด็นของการชงชา แต่เป็นประเด็นของความสวยงามที่ประหนึ่งว่าเป็นปฏิมากรรมนั่นเอง จะใช้จริงๆก็คงจะเป็นตอนที่มีแขกคนสำคัญมาที่บ้านและมีเวลา ต้องการจะโชว์จุดเด่นต่างๆไม่ว่าจะเป็นเรื่องความงามหรือเรื่องการออกแบบที่ชาญฉลาดก็เท่านั้น ใจความสำคัญเลยก็คือ&lt;span style="font-size:100%;"&gt; &lt;strong&gt;ดีไซน์นั้นมีความสำคัญกับผู้ใช้ก็จริง แต่นั่นขึ้นอยุ่กับ โอกาส บริบทในการใช้งาน และที่สำคัญเหนืออื่นใด ก็คือขึ้นกับอารมณ์และความรู้สึก ณ เวลานั้นของผู้ใช้นั่นเอง&lt;/strong&gt;&lt;/span&gt; แน่นอนว่าของบางชิ้นเราไม่ได้แค่ใช้งานมันอย่างเดียว แต่บางครั้งเรามีความสุขร่วมเมื่อได้ใช้ ได้ทำให้ผู้ใช้คิดไปถึงเรื่องราวต่างๆนานา ในเรื่องของการดีไซน์นั้น ดีไซนเนอร์เองจำเป็นที่จะต้องพิจารณาในหลายๆเรื่อง ไม่ว่าจะเป็นวัสดุ กระบวนการผลิต การตลาด ราคาและความเหมาะสมในการใช้งานด้วย แต่ดีไซน์เนอร์ส่วนใหญ่มักลืมคิดไปว่า &lt;span style="font-size:100%;"&gt;สิ่งของต่างๆนั้นล้วนแล้วแต่มีองค์ประกอบของอารมณ์และความรู้สึกที่มันมีต่อผู้ใช้อยู่ด้วย&lt;/span&gt;และในหนังสือเล่มนี้ยังกล่าวว่า&lt;strong&gt;&lt;span style="font-size:100%;"&gt;บางทีองค์ประกอบด้านอารมณ์และความรู้สึกนี้เองที่เป็นตัวแปรที่สำคัญที่จะกำหนดความสำเร็จของสิ่งของชิ้นนั้นๆในตลาดมากกว่าการใช้งานซะอีก&lt;/span&gt;&lt;/strong&gt; ++ เล่ามาถึงตรงนี้แล้วทำให้ผมคิดถึงคำพูดหนึ่งที่เคยมีกล่าวไว้ในหนังสือรวมผลงานของPhillip Stark ที่เค้ากล่าวไว้ว่า ที่คั้นน้ำส้มสุดดังของเค้านั้นมันใช้งานไม่ค่อยได้หรอก ใช้แล้วมันก็หกเลอะเทอะกระเด็นไปหมด &lt;span style="font-size:100%;"&gt;แต่&lt;strong&gt;คนที่ซื้อมันมากที่สุดคือลูกเขยที่อยากจะซื้อไว้ตั้งโชว์เพื่อไว้ไว้อวดจะได้มีเรื่องไว้คุยกับเเม่ยายของเค้าเท่านั้นแหละ&lt;/strong&gt;&lt;/span&gt;+++ ดูดูไปก็คงจะจริงอย่างที่ Phillip ว่าไว้&lt;/span&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/29931751-115262221792716327?l=blockpjulid66.blogspot.com'/&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://blockpjulid66.blogspot.com/feeds/115262221792716327/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='https://www.blogger.com/comment.g?blogID=29931751&amp;postID=115262221792716327' title='5 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/29931751/posts/default/115262221792716327'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/29931751/posts/default/115262221792716327'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://blockpjulid66.blogspot.com/2006/07/blog-post_11.html' title='ซื้อมาไม่ค่อยได้ใช้ แต่วางโชว์ไว้ อวดแม่ยาย'/><author><name>พี่จุล 66</name><uri>http://www.blogger.com/profile/14353101821336000064</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:extendedProperty xmlns:gd='http://schemas.google.com/g/2005' name='OpenSocialUserId' value='11359988933193388641'/></author><thr:total xmlns:thr='http://purl.org/syndication/thread/1.0'>5</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-29931751.post-115262029472600227</id><published>2006-07-11T18:23:00.000+07:00</published><updated>2006-07-12T15:56:16.303+07:00</updated><title type='text'>ปฐมบทแห่ง อีโมชั่นแนลดีไซน์</title><content type='html'>ขอเกริ่นซักนิดนึงก่อนว่า ผมเคยได้อ่านหนังสือของ คุณ Donald A. Norman (&lt;a href="http://www.jnd.org/"&gt;http://www.jnd.org/&lt;/a&gt;) มาแล้วครั้งหนึ่งเมื่อตอนสมัยที่ผมทำ Individual study ตอนปีห้า หนังสือเล่มนั้นเป็นเล่มที่เรียกได้ว่าเป็นคัมภีร์ของการออกแบบผลิตภัณฑ์ของผมเลยก็ว่าได้ เพราะทำให้เข้าใจที่มาที่ไปของการออกแบบมากขึ้นเยอะ เสียดายมากที่ผมไม่ได้ซื้อมาเก็บไว้ หนังสือเล่มนั้นชื่อว่า The design of everyday thing คุณสามารถจะหาดูได้ ที่ร้านเอเซียบุ๊ค ราคาไม่น่าจะแพงมากนัก เพียงแต่ว่าเอเซียบุ๊คจัดมันไว้ผิดที่ผิดทางไปหน่อยคือเค้าดันไปจัดไว้ในหมวดของหนังสือหมวดเกี่ยวกับการทำธุรกิจ เช่นเดียวกับหนังสือเล่มที่ผมกำลังจะอ่านและแปลอยุ่นี้ Emotional Design " Why we love(or hate) everyday things"ก็ดันถูกจัดอยุ่ในหมวดนั้นด้วยเช่นกัน สงสัยว่าคนจัดหมวดหนังสือเห็นว่ามันเป็นText book ที่ไม่มีภาพสีสวยๆล่ะมัง อ๋อว่าต่ออีกนิดเนื้อเรื่องทั้งหมดที่กำลังจะเขียนเป็นเรื่องที่ผมอ่านแล้วเข้าใจและพยายามที่จะถ่ายทอดออกมา เป็นภาษาของผมเอง เพราะฉะนั้นนี่ไม่ใช่การแปลหนังสือให้อ่านนะครับ เอาเป็นว่าเดี๋ยวเราก็มาเริ่มกันได้เลย&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/29931751-115262029472600227?l=blockpjulid66.blogspot.com'/&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://blockpjulid66.blogspot.com/feeds/115262029472600227/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='https://www.blogger.com/comment.g?blogID=29931751&amp;postID=115262029472600227' title='0 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/29931751/posts/default/115262029472600227'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/29931751/posts/default/115262029472600227'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://blockpjulid66.blogspot.com/2006/07/blog-post.html' title='ปฐมบทแห่ง อีโมชั่นแนลดีไซน์'/><author><name>พี่จุล 66</name><uri>http://www.blogger.com/profile/14353101821336000064</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:extendedProperty xmlns:gd='http://schemas.google.com/g/2005' name='OpenSocialUserId' value='11359988933193388641'/></author><thr:total xmlns:thr='http://purl.org/syndication/thread/1.0'>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-29931751.post-115071976256218046</id><published>2006-06-19T19:20:00.000+07:00</published><updated>2006-06-19T19:22:42.570+07:00</updated><title type='text'></title><content type='html'>&lt;a href="http://photos1.blogger.com/blogger/5947/3200/1600/crop%20icon%20copy.jpg"&gt;&lt;img style="FLOAT: left; MARGIN: 0px 10px 10px 0px; CURSOR: hand" alt="" src="http://photos1.blogger.com/blogger/5947/3200/320/crop%20icon%20copy.jpg" border="0" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/29931751-115071976256218046?l=blockpjulid66.blogspot.com'/&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://blockpjulid66.blogspot.com/feeds/115071976256218046/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='https://www.blogger.com/comment.g?blogID=29931751&amp;postID=115071976256218046' title='0 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/29931751/posts/default/115071976256218046'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/29931751/posts/default/115071976256218046'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://blockpjulid66.blogspot.com/2006/06/blog-post.html' title=''/><author><name>พี่จุล 66</name><uri>http://www.blogger.com/profile/14353101821336000064</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:extendedProperty xmlns:gd='http://schemas.google.com/g/2005' name='OpenSocialUserId' value='11359988933193388641'/></author><thr:total xmlns:thr='http://purl.org/syndication/thread/1.0'>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-29931751.post-115071845631256410</id><published>2006-06-19T18:59:00.000+07:00</published><updated>2006-06-19T19:00:56.326+07:00</updated><title type='text'>intro to block_p_jul IDCU66</title><content type='html'>ฮ่าๆๆ ยังใช้ไม่เป็นเลย แต่จะพยายยาม กะว่าจะเอาไว้เขียนข้อความเกี่ยวกับดีไซน์ให้น้องๆอ่าน จะได้ช่วยเอาสมองและข้อมูลออกจากหัวเราไปทีเผื่อจะมีประโยชน์กับคนอื่นเค้าบ้าง&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/29931751-115071845631256410?l=blockpjulid66.blogspot.com'/&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://blockpjulid66.blogspot.com/feeds/115071845631256410/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='https://www.blogger.com/comment.g?blogID=29931751&amp;postID=115071845631256410' title='2 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/29931751/posts/default/115071845631256410'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/29931751/posts/default/115071845631256410'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://blockpjulid66.blogspot.com/2006/06/intro-to-blockpjul-idcu66.html' title='intro to block_p_jul IDCU66'/><author><name>พี่จุล 66</name><uri>http://www.blogger.com/profile/14353101821336000064</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:extendedProperty xmlns:gd='http://schemas.google.com/g/2005' name='OpenSocialUserId' value='11359988933193388641'/></author><thr:total xmlns:thr='http://purl.org/syndication/thread/1.0'>2</thr:total></entry></feed>